สืบนครบาล รวบ “แอ๊ด เซนโบลต์” ก่อเหตุตระเวนลักสายไฟทั่วกรุง อ้างเป็นอดีตนักวิ่งลมกรด ตร ไล่ไม่ทัน

สืบนครบาล รวบ “แอ๊ด เซนโบลต์” ก่อเหตุตระเวนลักสายไฟทั่วกรุง อ้างเป็นอดีตนักวิ่งลมกรด ตร ไล่ไม่ทัน

สืบนครบาล รวบ “แอ๊ด เซนโบลต์” ก่อเหตุตระเวนลักสายไฟทั่วกรุง อ้างเป็นอดีตนักวิ่งลมกรด ตร ไล่ไม่ทัน

จากนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล กำหนดให้มีการจับกุมเครือข่ายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์ที่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนและสาธารณประโยชน์ รวมถึงความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุน โดยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย, พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์, พ.ต.อ. นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.อรรชวศิษฎ์ ศรีบุญยมานนท์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์, พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น.ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.พิชชากร กองสวัสดิ์, ร.ต.อ.พงศธร อารีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.บช.น. ทำการจับกุมตัว นายวรวุฒิ อายุ 29 ปี ภูมิลำเนา ต.กฤษณา อ.ขุขันธ์ จว.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 3 หมายจับ คือ
[ 1 ] หมายจับศาลอาญาที่ 321/2567 ลงวันที่ 23 มกราคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและพกพาอาวุธปืน ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” (สน.บางซื่อ)
[ 2 ] หมายจับศาลอาญาที่ 4203/2566 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”(สน.พญาไท)
[ 3 ] หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 28/2567 ลงวันที่ 25 มกราคม 2567 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ฯ,พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ.”
พร้อมตรวจยึดของกลางส่ง สน.ลาดพร้าวดังนี้
1.อาวุธปืนพกสั้น ดัดแปลง สีดำ จำนวน 1 กระบอก
2.ซองบรรจุกระสุนปืนพกสั้น จำนวน 1 ซอง
3.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .380 ออโต้ จำนวน 4 นัด
โดยพฤติการณ์ในการก่อเหตุ ผู้ต้องหาจะตระเวนลักสายเคเบิลและสายไฟตามจุดที่ไม่ค่อยมีผู้คนอาศัย พื้นที่กรุงเทพ ลักษณะการก่อเหตุจะตัดสายเคเบิลตามระยะที่ต้องการและเมื่อตัดเสร็จแล้วจะนำสายเคเบิลไปผูกกับท้ายรถกระบะ ของตนเองแล้วขับลากไปให้สายเคเบิลนั้นหลุดออกมา สาเหตุที่กระทำแบบนี้เพราะเพื่อนผู้ร่วมกระทำความผิดเมื่อก่อนโดนจับกุมหมดแล้วเหลือแต่เพียงตนที่ยังไม่ถูกจับ จึงต้องใช้รถกระบะของตนเป็นเครื่องทุ่นแรง เมื่อนำสายเคเบิลมาได้แล้วตนจะนำสายเคเบิลไปเผาไฟเพื่อนำเอาทองแดงไปขายแต่เนื่องจากสายเคเบิลที่ตนเองลัก มานั้นมีจำนวนมาก จึงต้องนำสายเคเบิลเหล่านี้ไปเผาบริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำในกรุงเทพจำนวนหลายจุดในแต่ละจุดจะไม่ซ้ำกันเมื่อเผาสายเคเบิล ได้แล้วจึงนำทองแดง ไป ทยอยขายให้กับ ซาเล้งรถรับซื้อของเก่า แต่ตนจะไม่นำทองแดงทั้งหมดไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าเพราะว่าจะทำให้ เกิดเป็นที่สงสัย รายได้จากการก่อเหตุละครั้ง ประมาณ 30,000 – 40,000 บาท จำนำไปใช้จ่ายในครอบครัว
ผู้ต้องหาให้การว่า 3 หมายจับที่ตามจับไม่ได้ เพราะว่าเมื่อตอนผู้ต้องหาอยู่ ม.2 เคยเป็นนักกีฬาวิ่ง 4×100 ตัวโรงเรียน เมื่อเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหาจะสวมวิญญาณนักวิ่งลมกรด อดีตตัวแทนโรงเรียนหลายสมัย วิ่งหนีการจับกุมตามหมายจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้หลายครั้ง จึงทำให้รอดพ้นจากการจับกุมมาได้ทุกครั้ง
จากการตรวจสอบ พบนายวรวุฒิ เคยก่อคดี ดังนี้
1. สภ.รัตนาธิเบศร์ ภ.จว.นนทบุรี ภ.1 ลักทรัพย์ในเคหสถาน สถานที่ราชการ
2. สน.สายไหม เล่นการพนันตามบัญชี ข. หมายเลข 5-15(2)
3. สน.สายไหม เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1
4. สน.สายไหม เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1
5. สน.สายไหม ตัวการในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1
6. สน.ดินแดง ร่วมกันในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
7. สน.สายไหม เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1
8. สน.คันนายาว ครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1,ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษฯ
9. สน.ยานนาวา ร่วมกันในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
10. สน.บางซื่อ ร่วมกันในข้อหาลักทรัพย์โดยมีอาวุธ หรือร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคน,ร่วมกันในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน,ร่วมกันในข้อหามี ซึ่งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ,ร่วมกันในข้อหาลักทรัพย์ โดยแต่งเครื่องแบบทหารหรือตำรวจ หรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม
11. สน.พญาไท ร่วมกันในข้อหาลักทรัพย์โดยมีอาวุธ หรือร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคน
จากนั้นได้ตัวส่ง สน.บางซื่อ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่าคนร้ายรายนี้ลักสายไฟฟ้าเป็นการสร้างความเสียหาย และความเดือดร้อนให้กับประชาชนมาก จากการจับกุมมีการพกอาวุธปืนในรถยนต์ ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัย ถ้าท่านพบเหตุใดๆให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็ว อย่าเข้าดำเนินการด้วยตนเอง

ขอขอบคุณผู้สนับสนุน

คุณ กัณฑ์อเนก ฐิติพัฒน์


บรรณาธิการ Cop Hero Thailand Magazine รายงาน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า