พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.แถลงผลจับกุมหนุ่มฝรั่งเศส RED INTERPOL แก๊งค์รีดทรัพย์อาชญากรรมข้ามชาติ คาโรงแรมกลางภูเก็ต และรวบแก๊งสแกมเมอร์เกาหลีใต้ หลอกผู้เสียหายผ่านเว็บไซต์ค้าประเวณีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท
เวลา 13:30 น.วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2569 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคาร 30 ชั้น สตม.(เมืองทองธานี) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.มอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ศ./โฆษก สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล
ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญ ดังนี้
[ 1 ] แม่บ้านจำเป็น! สืบ ปอพ.แฝงตัวปิดเกมหนุ่มฝรั่งเศส RED INTERPOL แก๊งรีดทรัพย์อาชญากรรมข้ามชาติ คาโรงแรมกลางภูเก็ต
จากกรณีที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยียมประจำประเทศไทย ขอให้ติดตามจับกุมและดำเนินการตามกฎหมายกับ MR.CHIR (นามสมมติ) อายุ 29 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบุคคลตามประกาศสีแดงของ INTERPOL ในคดีอาชญากรรมร้ายแรงหลายข้อหา อาทิ ร่วมเป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรม ฟอกเงิน ลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว จับตัวประกัน ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ ขู่กรรโชกทรัพย์ และรีดเอาทรัพย์ ของทางการลักเซมเบิร์ก ก่อนหลบหนีเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทยนั้น
จากการสืบสวนของ กก.ปอพ.บก.สส.สตม.พบว่า MR.CHIR ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านเขตบางรัก กรุงเทพฯ ก่อนที่จะย้ายไปยังจังหวัดภูเก็ต โดยเข้าพักที่โรงแรมในย่านป่าตอง จึงได้ร่วมกับ ตม.จว.ภูเก็ต วางกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงแฝงตัวเป็นพนักงานแม่บ้านของโรงแรม เข้าไปทำความสะอาดบริเวณหน้าห้องพักของ MR.CHIR เพื่อไม่ให้ MR.CHIR เกิดความระแวง เมื่อ MR.CHIR เปิดประตูห้อง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่วางกำลังสนับสนุนอยู่โดยรอบจึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เข้าตรวจสอบและแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ควบคุมตัวส่งห้องกัก สตม.เพื่อรอการส่งกลับไปดำเนินคดีตามที่ลักเซมเบิร์กต่อไป
[ 2 ] บก.สส.สตม. รวบแก๊งสแกมเมอร์เกาหลีใต้ หลอกผู้เสียหายผ่านเว็บไซต์ค้าประเวณี มูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท
สืบเนื่องจาก กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ได้รับการประสานงานจาก สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี
ประจำประเทศไทย กรณีมีกลุ่มคนร้ายลักลอบเช่าบ้านพักเพื่อจัดตั้งสำนักงานในประเทศไทย เพื่อหลอกลวงชาวเกาหลีใต้ โดยสร้างแพลตฟอร์มบนเว็บไซต์หาคู่ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการโฆษณาค้าประเวณี แอบแฝง เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อและทำการจับคู่ (Match) ในระบบ กลุ่มผู้ต้องหาจะสวมรอยเป็นผู้ให้บริการทางเพศเพื่อติดต่อพูดคุยและสร้างความน่าเชื่อถือ จนกระทั่งเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้กับกลุ่มคนร้ายซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด มีผู้เสียหายเป็นชาวเกาหลีใต้ มากกว่า 1,000 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
กก.ปอพ.บก.สส.สตม.จึงได้ทำการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่ากลุ่มคนร้ายดังกล่าวได้เช่าบ้านพักหรู ย่านสาธุประดิษฐ์ กรุงเทพฯ ใช้เป็นฐานหลอกลวงผู้เสียหาย จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบชายชาวเกาหลีใต้ รวม 7 คน มี MR.UN (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี, MR.JAECHAN (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี, MR.DONGYEONG (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี, MR.JONGBAE (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี, MR.SANGJUN (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี, MR.SIWOO (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี และ MR.HYEWON (สงวน
นามสกุล) อายุ 30 ปี ที่บริเวณโถงชั้น 1 กำลังร่วมกันตอบข้อความบนเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์หลอกลวงชักชวนเพื่อการค้าประเวณี โดยหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินและปิดกั้น พบของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ รวมจำนวน 63 รายการ จากการตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย พบว่าสมาชิกในกลุ่มเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการเกาหลี จำนวน 3 คน ได้แก่ MR.JAECHAN ข้อหาฉ้อโกง จำนวน 12 หมายจับ, MR.UN ข้อหาจัดตั้งองค์กรอาชญากรรม จำนวน 2 หมายจับ และ MR.DONGYEONG ข้อหาฉ้อโกงทางคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 หมายจับ ผบก.สส.สตม.จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของทั้ง 7 ราย และขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้าม (Blacklist) เข้ามาในประเทสไทย จากนั้นได้นำตัวส่งห้องกัก สตม.เพื่อกักตัวไว้รอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐเกาหลีต่อไป
