ด่านเบตงคุมเข้มโควิดฯ หลังพบระบาดในมาเลย์หลายรัฐใกล้ชายแดนไทย

ด่านเบตงคุมเข้มโควิดฯ หลังพบระบาดในมาเลย์หลายรัฐใกล้ชายแดนไทย

ด่านเบตงคุมเข้มโควิดฯ หลังพบระบาดในมาเลย์หลายรัฐใกล้ชายแดนไทย

ยะลา –ด่านพรมแดนเบตงคุมเข้มคนขับรถขนส่งสินค้า เข้า – ออก อยู่ในประเทศได้ไม่เกิน 7 ชั่วโมง ภายหลังพบทางประเทศมาเลเซียรัฐใกล้ชายแดนไทย เกิดการระบาดของเชื้อโควิด – 19 ระบาดอย่างหนักและเป็นวงกว้างไปหลายรัฐ
วันที่ 15 ก.ย.63 ที่ด่านพรมแดนเบตง ตรงข้ามด่านเปิงกาลันฮูลู รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง ตำรวจท่องเที่ยว นักวิชาการสาธารณสุขด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ได้ทำการตรวจสแกนควบคุมโรคคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย โดยผ่านการตรวจอย่างละเอียด ภายหลังหลายรัฐในประเทศมาเลเซียพบมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้ กระจายอยู่ในรัฐเคดาห์ รัฐเปอร์ลิส และปีนัง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ติดชายแดนไทย และมีช่องทางธรรมชาติ ที่สามารถลักลอบเข้าประเทศไทยได้อีกทั้งมีการขนส่งสินค้าโดยมีรถขนสินค้าเข้า-ออก ระหว่างประเทศ เป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่

ขณะที่นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ออกประกาศศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา เรื่องมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอก 2 ในพื้นที่จังหวัดยะลา ไปยังหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามที่ปรากฏข่าวสารทางสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับผลการตรวจบุคคลซึ่งพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในบางพื้นที่นั้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคในพื้นที่ทุกระดับ กำนันผู้ใหญ่บ้าน บุคลกรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานต่าง ๆ รณรงค์ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในพื้นที่ ให้ปฏิบัติตามมาตรการหลักในการป้องกันการแพระบาดของโรคฯ โดยทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อย สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ล้างมือด้วยสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจล น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก แออัด รวมถึงให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกับโรคของทางราชการอย่างเคร่งครัด

ด้าน พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยดีขึ้นมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเบตง ยังคงไม่พบการแพร่ระบาด เพราะทุกฝ่ายช่วยกันดำเนินการตามมาตรการควบคุมป้องกัน ของ ศบค. และรัฐบาลอย่างเข้มแข็งและต้องขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ตลอดแนวชายแดน ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง หากพบมีใครหลุดเข้ามา ก็ขอให้แจ้งข่าว แจ้งเบาะแส มายังเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ ฝ่ายมั่นคง ทั้งทหารและปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เพิ่มความถี่และเข้มงวด ในการตรวจตรา เพื่อป้องกันการลักลอบ ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ใกล้พรมแดน อสม.ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต่างช่วยกันสอดส่องคนแปลกหน้าในพื้นที่ หากพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เมื่อมีการจับตัวจะมีการตรวจหาเชื้อว่ามีหรือไม่เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อไป
ขณะที่ประเทศมาเลเซีย ยังพบว่า มีการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ได้เกิดขึ้นแล้วและเพิ่มขึ้นทุกวัน และเป็นพื้นที่ติดกับชายแดนภาคใต้ ห่างจาก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพียง 18 กิโลเมตร และ ห่างจากตัวเมือง อำเภอเบตง อีก 7 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีช่องทางธรรมชาติ ที่สามารถลักลอบเข้าประเทศไทยได้ โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามา เจ้าหน้าที่ ตชด.445ได้วางมาตรการในการป้องกัน โดยเฉพาะรถขนส่งสินค้าจากมาเลเซีย เข้ามาไทย รวมทั้งลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติด้วย
ภาพ /ข่าว เจษฎา สิริโยทัย อ.เบตง จ.ยะลา

คุณ ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ ผอ.ภ.9 นิตยสารตำรวจเพื่อมวลชน รายงาน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า