พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งขยายผลดำเนินคดีขบวนการค้ามนุษย์เล่าก์ก่ายเมียนมา หลังประสานทางการเมียนมาและจีนช่วยเหลือกลับไทยได้กว่า 500 คน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งขยายผลดำเนินคดีขบวนการค้ามนุษย์เล่าก์ก่ายเมียนมา หลังประสานทางการเมียนมาและจีนช่วยเหลือกลับไทยได้กว่า 500 คน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งขยายผลดำเนินคดีขบวนการค้ามนุษย์เล่าก์ก่ายเมียนมา หลังประสานทางการเมียนมาและจีนช่วยเหลือกลับไทยได้กว่า 500 คน

จากกรณีเมื่อช่วงเดือน พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ได้มีเหตุการณ์สู้รบในหลายพื้นที่เขตชายแดนประเทศเมียนมา ทำให้มีประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก โดยมีคนไทยที่เดินทางไปทำงานอยู่ในเมืองเล่าก์ก่าย ติดอยู่ในพื้นที่พิพาทเป็นจำนวนมาก และได้ร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยในการให้ความช่วยเหลือนำกลับประเทศ
ตามที่สื่อมวลชนและโซเขียลมีเดียได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง (ศพดส.ตร.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพบก กองทัพอากาศ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น ในการประสานงานกับทางการเมียนมาในการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อนำกลับมายังประเทศไทยอย่างปลอดภัย ปัจจุบันสามารถช่วยเหลือคนไทยนำกลับมายังประเทศไทยได้แล้ว 5 ครั้ง ประกอบด้วย
1. เมื่อวันที่ 18 พ.ย.66 ช่วยเหลือคนไทยได้ 41 คน โดยรับตัวผ่านจุดผ่านแดนที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
2. เมื่อวันที่ 19 พ.ย.66 ช่วยเหลือคนไทยได้ 266 คน โดยนำตัวข้ามชายแนจากเมืองเล่าก์ก่าย เมียนมาไปยังเมืองคุนหมิง ประเทศจีน แล้วเดินทางกลับไทยโดยสายการบินพาณิชย์ลงที่สนามบินตอนเมือง
3. เมื่อวันที่ 24 พ.ย.66 ช่วยเหลือคนไทยได้ 24 คน โดยรับตัวผ่านจุดผ่านแตนที่ อ.แม่สาย จ.ชียงราย
4. เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.66 ช่วยเหลือคนไทยได้ 83 คน โดยนำตัวข้ามชายแดนจากเมืองเล่าก์ก่าย เมียนมา ไปยังเมืองคุนหมิง ประเทศจีน แล้วเดินทางกลับไทยโดยสายการบินพาณิชย์ลงที่สนามบินดอนเมือง
5. เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.66 ช่วยเหลือคนไทยได้ 111 ราย โดยรับตัวผ่านจุดผ่านแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย
รวมสามารถช่วยเหลือคนไทยได้แล้ว 525 ราย โดยนำเข้าสู่กระบวนการกลไกส่งต่อระดับชาติ (NRM) ที่ค่ายพระยาเม็งราย จ.เชียงราย, กองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.ชียงราย และศูนย์บูรณาการคัดกรองหนองจอก กทม. โดยในจำนวนดังกล่าว มีผู้ต้องหาตามหมายจับ (คดีทั่วไปและคดีคอลเซ็นเตอร์) จำนวน 20 ราย จากนั้นนำเข้า
กระบวนการคัดกรองพบเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จำนวน 174 ราย ในส่วนของกระบวนการคัดแยกนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการซักถามและดัดกรองตามชั้นตอนกระบวนการคัดแยกเหยื่อจากการค้ามนุษย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โดยเฉพาะการหลอกลวงคนไทยไปทำงนคอลเซ็นเตอร์ ในส่วนของคนไทยชุดแรกที่ได้รับการ
ช่วยเหลือจำนวน 41 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการคัดแยกและพบเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จำนวน 20 คน และดำเนินการขยายผลดำเนินคดีกับผู้ต้องหาซึ่งเป็นขบวนการหลอกคนไทยไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศเมียนมา
(เมืองเล่าก์ก่าย และขออนุมัติหมายจับต่อศาลจำนวน 10 ราย สามารถจับกุมได้แล้วจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย
1. น.ส.สุภัสสร (สงวนนามสกุล เป็นภรรยาหัวหน้าคนจีน ทำหน้าที่คุมคนไทยในคอลเซ็นเตอร์
2. น.ส.นภาพร (สงวนนามสกุล) เป็นคนควบคุมการเงิน
3. นายประภาส (สงวนนามสกุล) เป็นล่ามภาษาจีน และสอนคนไทยทำคอลเซ็นเตอร์
4. นายพงษ์เทพ (สงวนนามสกุล) เป็นล่ามภาษาจีน และทำงานเป็นคนโทรหลอกลวง
โดยยังมีผู้ต้องหาหลบหนีอีก 6 ราย ซึ่งทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน สมคบกันค้ามนุษย์ด้วยการบังคับใช้แรงงาน ในส่วนของคนไทยชุดล่าสุดที่ได้รับการช่วยเหลือจำนวน 1 11 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการคัดแยกและพบเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จำนวน 85 คน และดำเนินการขยายผลดำเนินคดีกับผู้ต้องหาซึ่งเป็นขบวนการหลอกคนไทยไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศเมียนมา ( เมืองแผ่น ) และขออนุมัติหมายจับต่อศาลจำนวน 19 ราย สามารถจับกุมได้แล้วจำนวน 15 ราย อายัดตัวดำเนินคดี 2 ราย ประกอบด้วย
1.นายณรงค์ฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) เป็นหัวหน้าคุมคนไทยทั้งหมด และเป็นหัวหน้าทีม H
2.นายอนุรักษ์ (สงวนนามสกุล) เป็นพนักงานโทรหลอก (สายเชือด)
3.น.ส.ฉัตรซนก (สงวนนามสกุล) เป็นพนักงานโทรหลอก (สายเชือด)
4.นายพงศกร (สงวนนามสกุล) เป็นพนักงานโทรหลอก (สายเชือด)
5.นายปยุตฯ (สงวนนามสกุล) เป็นพนักงานโทรหลอก (สายเชือด)
6.นายธงชัย (สงวนนามสกุล) เป็นพนักงานโทรหลอก (สายเชือต)
7.นายธณากร (สงวนนามสกุล) เป็นพนักงานโทรหลอก (สายเชือด)
8.นายณัฐนนท์ (สงวนนามสกุล) เป็นคนควบคุมการทำงานและลงโทษ
9.นายธนพล (สงวนนามสกุล) เป็นคนควบคุมการทำงานและลงโทษ และเป็นหัวหน้าทีม D
10.นายอธิรัตน์ (สงวนนามสกุล) เป็นคนควบคุมการทำงานและลงโทษ
11.นายสิทธิศักดิ์ (สงวนนามสกุล) เป็นคนควบคุมการทำงานและลงโทษ แสะเป็นหัวหน้าทีม B
12.นายกฤษดา (สงวนนามสกุล) เป็นคนควบคุมการทำงานและลงโทษ และเป็นหัวหน้าทีม A
13.นายพงศ์พันธุ์ (สงวนนามสกุล) เป็นคนควบคุมการทำงานและลงโทษ และเป็นหัวหน้าทีม E
14.นายไตรสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) เป็นหัวหน้าทีม C
15.น.ส.ตรีวกาล (สงวนนามสกุล) เป็นหัวหน้าทีม G
16.นายรัชชานนท์ (สงวนนามสกุล) เป็นหัวหน้าทีม F
17.นายจาอัง (สงวนนามสกุล) เป็นคนควบคุมการเงิน
โดยยังมีผู้ต้องหาหลบหนีอีก 2 ราย ซึ่งทั้งหมดจะถูกดำเนินคติในความผิดฐาน สมคบกันค้ามนุษย์ด้วยการบังคับใช้แรงงาน ขบวนการค้ามนุษย์กลุ่มนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยมีคนทำหน้าที่ต่างๆ ในองค์กร เช่น หัวหน้าฝายบริหาร ฝ่ายฝึกอบรมในการทำคอลเซ็นตอร์ ฝ่ายชักชวนคนมาทำงาน ฝ่ายการเงิน ฝ่ายจัดหาล่าม ฝ่ายควบคุมการทำงานและทำโทษ รวมทั้งฝ่ายปฏิบัติการโทรหลอกลวง ซึ่งผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากขบวนการนี้ ถูกชักชวนว่าจะให้ไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ในเมืองเล่าก์ก่าย เมียนมา แต่มื่อไปถึงกลับถูกบังคับให้ทำงานคอลเซ็นเตอร์ และชักชวนลงทุน หากไม่ยอมทำงานจะถูกจับเรียกคำไถ่จำนวนระหว่าง 2-7 แสบาท หากไม่มีเงินค่าไถ่ก็จะถูกบังคับทำงานและทำร้ายร่างกายและกักขัง ก่อนที่ผู้เสียหายจะหาทางของความช่วยเหลือเพื่อกลับประเทศไทย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันในส่วนของการประสานงานเพื่อช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่พิพาทเมืองเล่าก์ก่าย เมียนมานั้น ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการประสานงานกับทางการเมียนมาและทางการจีน ในการเร่งพาคนไทยที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวกลับมาอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด โดยหลังจากที่มีการช่วยเหลือคนไทย
เหล่านี้กลับมาแล้ว ก็จะนำตัวเข้ารับการดูแลและคัดแยกเหยื่อที่ทางรัฐจัดหาให้ในการดำเนินการตามกลไก NRM ซึ่งที่ผ่านมาได้คัดกรองผู้เสียหายออกมาได้แล้วจำนวนหนึ่ง รวมทั้งมีการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้อีก 20 ราย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังดำเนินการขยายผลดำเนินคดีกับขบวนการหลอกคนไทยไปบังคับทำงานคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งในกลุ่มแรกสามารถขยายผลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการแล้ว 10 ราย จับกุมแล้ว 4 ราย, กลุ่มอื่นสามารถขยายผลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการแล้ว 19 ราย จับกุมและอายัดตัวดำเนินคดีแล้ว 17 ราย ในส่วนของคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือกลับมาทั้งหมด ก็จะมีการขยายผลเช่นนี้ทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด รวมทั้งช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวงดังกล่าว ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน กรณีการจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ขอให้มีการพิจารณาช้อมูลให้ถี่ถ้วน เน้นความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย
หากพบเบาะแสของขบวนการหลอกลวงคนไทยไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ สามารถแจ้งเบาะแสได้ผ่านช่องทางสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอขอบคุณผู้สนับสนุน

ขอขอบคุณ
พ.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองเชียงราย


สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า