บริษัท ไทยพิพัฒน์ อิมปอร์ต จำกัด ร่วมกับ ร้านของเล่น เบบี้พุงโต นำอุปกรณ์เสริมพัฒนาการให้มูลนิธิเด็กบ้านทานตะวัน
เมื่อเวลา 12:25 น.วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2569 ณ มูลนิธิเด็กบ้านทานตะวัน เลขที่ 95 24 ซอยกระทุ่มล้ม 18 ตำบล กระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม บริษัท ไทยพิพัฒน์ อิมปอร์ต จำกัด ร่วมกับ ร้านของเล่น เบบี้พุงโต ส่งตัวแทน นำอุปกรณ์ตกแต่งทำพวงกุญแจ, สร้อยคอ, สร้อยข้อมือ ประกอบด้วย ลูกปัดหลากสี หลายแบบ, สายพวงุกุญแจหลากสี พร้อมเครื่องมือ เช่น คีม, ดอกสว่านเจาะอันเล็ก, สายเอ็น ทั้งหมด 17 ลัง รวมเป็นเงิน 100,000 บาท เข้ามอบให้กับทางมูลนิธิเด็กบ้านทานตะวัน โดยมีคุณ ธาร ธงไชย หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมงานมูลนิธิเด็ก เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้เพื่อเสริมพัฒนาการให้เด็กๆ มีความคิดที่สร้างสรรค์ และพัฒนาการฝึกงานฝีมือให้เด็กๆ เพื่อสามารถประกอบอาชีพได้ในภายภาคหน้า
มูลนิธิเด็กบ้านทานตะวัน ปัจจุบันมีเด็กที่อยู่ในการอุปการะประมาณ 50 คน นับเป็นบ้านที่ 2 ของเด็กที่ด้อยโอกาส, เด็กกำพร้า, เด็กที่ถูกทอดทิ้ง, ขาดสารอาหาร, ครอบครัวยากจน ในช่วงอายุแรกเกิดถึง 4 ขวบ โดยทางมูลนิธิฯ ใช้แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะการคิด ผสมผสานกับการเรียนแบบมอนเตสซอรี่ (Montessori) คือ แนวทางการจัดการศึกษาที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง ให้อิสระในการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงและการใช้ประสาทสัมผัส โดยเด็กสามารถเลือกกิจกรรมได้ตามความสนใจ มีครูเป็นผู้คอยสังเกตและชี้แนะ มุ่งเน้นการพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อพัฒนาทักษะให้เด็กทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา รวมทั้งจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็กโดยเฉพาะด้านสมอง ให้เด็กพร้อมเรียนรู้ในช่วงปฐมวัยเพื่อไปต่อในระดับอนุบาล
แนวคิดการสอนนี้ ดร.มาเรีย มอนเตสซอรี่ (Dr. Maria Montessori) แพทย์และนักการศึกษาชาวอิตาลี เป็นผู้ริเริ่ม โดยมีหลักการสำคัญและองค์ประกอบ 5 ประการ
1. [ การเคารพเด็ก ] เชื่อว่าเด็กทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้ มีความต้องการพัฒนาตนเอง และควรได้รับความเคารพในความคิดและการตัดสินใจ
2. [ จิตใจที่พร้อมซึมซับ ] เด็กวัยเด็กเปรียบเสมือนฟองน้ำที่สามารถดูดซับข้อมูล ทักษะ และวัฒนธรรมจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้อย่างรวดเร็ว
3. [ ช่วงเวลาที่อ่อนไหว ] เป็นช่วงวัยที่เด็กจะมีความสนใจหรือเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ดีและเป็นพิเศษ (เช่น ช่วงวัยหัดหยิบจับ หรือช่วงวัยเรียนรู้ภาษา)
4. [ สภาพแวดล้อมที่เตรียมไว้ ] ห้องเรียนจะถูกจัดสัดส่วนอย่างเป็นระเบียบ มีอุปกรณ์เฉพาะตัวที่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กหยิบจับใช้งานได้สะดวกและปลอดภัย
5. [ การเรียนรู้ด้วยตนเอง ] เด็กเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูกและการทำซ้ำด้วยอุปกรณ์ด้วยตนเอง โดยไม่มีการแข่งขันหรือการเปรียบเทียบ
# ลักษณะเด่นของห้องเรียนมอนเตสซอรี่ #
1. [ มีอิสระในการเลือก ] เด็กสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนรู้เรื่องอะไร ทำงานคนเดียวหรือทำงานกลุ่ม โดยทำงานตามจังหวะความเร็วของตนเอง
2. [ สื่อการเรียนรู้เฉพาะ ] อุปกรณ์มอนเตสซอรี่มักทำจากไม้หรือวัสดุธรรมชาติ มีขนาดและรูปร่างที่ออกแบบมาเพื่อฝึกทักษะเฉพาะด้าน และที่สำคัญ อุปกรณ์จะมีการควบคุมความผิดพลาดในตัวเอง (Control of Error) เพื่อให้เด็กสังเกตและแก้ไขข้อผิดพลาดได้ด้วยตนเอง
3. [ การคละอายุ ] ห้องเรียนมอนเตสซอรี่มักเป็นห้องเรียนที่รวมเด็กหลายช่วงอายุเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เด็กโตได้เรียนรู้การเป็นผู้นำและช่วยเหลือผู้อื่น ส่วนเด็กเล็กก็เกิดการเรียนรู้จากการสังเกตพี่ๆ
4. [ บทบาทของคุณครู ] คุณครูไม่ใช่ผู้ป้อนความรู้หน้าห้อง แต่เป็นผู้อำนวยความสะดวก จัดเตรียมสิ่งแวดล้อม แนะนำการใช้อุปกรณ์ และคอยสังเกตพฤติกรรมเพื่อสนับสนุนเด็กแต่ละคน
บริษัท ไทยพิพัฒน์ อิมปอร์ต จำกัด และ ร้านของเล่น เบบี้พุงโต ขอมอบกำลังใจ และเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ขาด ทั้งนี้เพื่ออนาคตของเด็กที่อยู่ภายใต้การอุปการะดูแลของมูลนิธิฯ ต่อไป
ขอขอบคุณ
คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์
ประธานกรรมการ บริษัท ไทยพิพัฒน์ อิมปอร์ต จำกัด/ ที่ปรึกษานิตยสารตำรวจเพื่อมวลชน
สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร
