พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.พร้อมคณะทำงาน ร่วมแถลงผลจับกุมต่างด้าวทำผิดกฏหมาย 5 คดี
ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. ได้สั่งการให้ สตม.สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./เลขานุการ ศปชก.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญ ดังนี้
[ 1 ] สถิติการจับกุมคนต่างด้าวซึ่งมีหมายจับต่างประเทศของ สตม.
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีสถิติผลการจับกุมคนต่างด้าวซึ่งมีหมายจับต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2568 และ ปี พ.ศ. 2569 ดังนี้ ปี พ.ศ. 2568 จำนวนทั้งสิ้น 102 ราย แยกสัญชาติ จีน จำนวน 42 ราย เกาหลีใต้ 8 ราย, ญี่ปุ่น 6 ราย, อเมริกา 6 ราย, รัสเซีย 5 ราย และสัญชาติอื่น ๆ รวม 35 ราย และแยกตามประเภทความผิด ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ 68 ราย ความผิดเกี่ยวกับเพศ 6 ราย ความผิดต่อชีวิตและร่างกาย 11 ราย ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 15 ราย องค์กรอาชญากรรม 2 ราย โดยผู้ต้องหาสัญชาติจีน จำนวน 42 ราย คิดเป็น 41 เปอร์เซ็นต์ ปี พ.ศ. 2569 จำนวนทั้งสิ้น 23 ราย แยกสัญชาติ อเมริกา 1 ราย รัสเซีย 1 ราย จีน 14 ราย เวียดนาม 3 ราย ไต้หวัน 1 ราย มัลดีฟส์ 1 ราย ฝรั่งเศส 1 ราย เกาหลีใต้ 1 ราย และแยกตามประเภทความผิด ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ 13 ราย ความผิดเกี่ยวกับเพศ 1 ราย ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย 4 ราย องค์กรอาชญากรรม 3 ราย ยาเสพติด 1 ราย ฟอกเงิน 1 ราย โดยผู้ต้องหาสัญชาติจีน จำนวน 14 ราย คิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์โดยผู้ต้องหา สัญชาติ จำนวน 42 ราย คิดเป็น 41 เปอร์เซ็นต์
[ 2 ] สืบ สตม. รวบหนุ่มอเมริกันหนีคดีฆาตกรรมโหดในอเมริกา
สืบเนื่องจาก บก.สส.สตม. ได้รับการประสานงานจากสำนักงานหน่วยสืบสวนคดีอาญาต่างประเทศ
สหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ แจ้งข้อมูล นายปีเตอร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลสูงริชมอนด์ รัฐจอร์เจีย ในข้อหา ฆาตกรรมโดยเจตนา ครอบครองอาวุธปืน บุกรุก และลักทรัพย์ โดยมีพฤติการณ์กระทำผิด คือ นายปีเตอร์ ได้ร่วมกับผู้ต้องหาอีก 1 ราย (ซึ่งถูกตำรวจสหรัฐอเมริกาจับกุมก่อนแล้ว) บุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายและได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายถึงแก่ความตาย โดยคาดว่าหลังก่อเหตุได้หลบหนีคดีเดินทางเข้ามาในประเทศไทย พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. จึงสั่งการให้ กก.1 บก.สส.สตม. สืบสวนติดตามจับกุมตัวนายปีเตอร์ เพื่อส่งกลับไปดำเนินคดีที่สหรัฐอเมริกา
จากการสืบสวนของ กก.1 บก.สส.สตม. พบว่า นายปีเตอร์ ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และจากการสืบสวนในเชิงลึกพบว่า นายปีเตอร์ ได้ไปพักอาศัยอยู่ที่อาคารชุดในซอยสรรพาวุธ 2 ถ.สรรพาวุธ แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบจนกระทั่งพบ นายปีเตอร์ จึงแจ้งหนังสือแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และแจ้งรายละเอียดหมายจับของศาลสูงริชมอนด์ รัฐจอร์เจีย ให้นายปีเตอร์ ทราบ ซึ่งในเบื้องต้น นายปีเตอร์ ให้การว่าไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว จึงนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวไว้รอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สหรัฐอเมริกาต่อไป
[ 3 ] สืบ สตม. รวบผู้ต้องหาหมายแดงคดีฟอกเงินของมัลดีฟส์ ความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท
ตามที่ สอท.สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ประจำประเทศไทย มีหนังสือขอความร่วมมือมายังสำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ ให้สืบหาแหล่งที่อยู่ของนายโมฮัมหมัด (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สัญชาติมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลบหนีจากสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ในความผิดฐานช่วยเหลือและสนับสนุนการฟอกเงินสาธารณะ และองค์การตำรวจสากลได้ออกประกาศสีแดง (Interpol Red Notice) เพื่อผลักดันกลับสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย 3 พฤติการณ์กระทำผิดของ นายโมฮัมหมัด กล่าวคือ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมัลดีฟส์ พบว่า นายโมฮาหม็ด เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการเงินของสมาคมฟุตบอลมัลดีฟส์ ได้ใช้ตำแหน่งของเขาในการยักยอกเงินที่ได้รับจากฟีฟ่าเพื่อใช้ส่วนตัว และได้ช่วยเหลืออดีตประธานของสมาคมฟุตบอลมัลดีฟส์ในการใช้ส่วนตัวและฟอกเงิน และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือการฟอกเงินดังกล่าว โดยการจัดทำเอกสารไม่ถูกต้องเพื่อแสดงธุรกรรมของสมาคมฟุตบอลมัลดีฟส์ในฐานะ “การขายเงินดอลลาร์สหรัฐ” เพื่อซื้อ Penthouse ราคา 25,000,000 รูฟียาห์ หรือ 1,621,271.08 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 50 ล้านบาท ) สำหรับอดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งมัลดีฟส์ เมื่อปี พ.ศ. 2564 โดย นายโมฮัมหมัด ได้หลบหนีคดีมายังประเทศไทย
จากการสืบสวนของ กก.1 บก.สส.สตม. พบว่า นายโมฮัมหมัด เข้าพักอาศัยอยู่ในโรงแรมในย่าน
ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบ และพบนายโมฮัมหมัด จึงแจ้งหนังสือแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร นำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวไว้รอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐ มัลดีฟส์ ต่อไป
[ 4 ] รวบ 3 เหงียน หนีคดีฆ่าคนตายซุกไทย
กก.1 บก.สส.สตม. จับกุม นายบาวู (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี สัญชาติเวียดนาม, นางสาวทุ หูเย็น (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี และนายลาดุย (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี สัญชาติเวียดนาม โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด
จากกรณีที่กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามขอความร่วมมือมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการตรวจสอบและจับกุม นายบาวู, นางสาวทุ หูเย็น และนายลาดุย 3 ผู้ต้องหาตามหมายจับของตำรวจนครดานัง ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ฆ่าคนตายโดยเจตนา พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. จึงสั่งการให้ กก.1 บก.สส.สตม. สืบสวนติดตามจับกุม จากการสืบสวนพบว่า นายบาวู, นางสาวทุ หูเย็น เข้าพักอาศัยที่โรงแรมในพื้นที่ หมู่ 6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี ส่วนนายลาดุย พักอาศัยอยู่ในย่านซอยสวนพลู เขตสาทร กรุงเทพฯ โดยทั้ง 3 คน การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดแล้ว (Overstay) จึงจัดกำลังไปเฝ้าเพื่อวางแผนจับกุมในสถานที่ดังกล่าวทั้ง 2 แห่ง จากการตรวจสอบที่โรงแรมในพื้นที่ หมู่ 6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี พบนายบาวู, นางสาวทุ หูเย็น จึงจับกุมนำตัวส่ง พงส.สภ.เมืองพัทยา จว.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจากการไปตรวจสอบที่พักในย่านซอยสวนพลู เขตสาทร กรุงเทพฯ พบนายลาดุย จึงจับกุมตัวส่ง พงส.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย และ กก.3 บก.สส.สตม. จะได้ดำเนินการส่งทั้ง 3 คน กลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามต่อไป
[ 5 ] สตม. สกัดจับรถตู้ทึบดัดแปลง ซุกต่างด้าวหวังตบตาเจ้าหน้าที่
กก.2 บก.สส.สตม. จับกุมนายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมของกลางรถกระบะตู้ทึบ โดยกล่าวหาว่า โดยรู้ว่าเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.นี้ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือ ช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม และจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 51 คน โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่ง พงส.สภ.ลาดหญ้า จว.กาญจนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม ริมถนนแสงชูโต ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี จว.กาญจนบุรี กก.2 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองทางด้านชายแดน จว.กาญจนบุรี จึงได้ทำการสืบสวนจนพิสูจน์ทราบเส้นทางการลักลอบพาคนต่างด้าวเข้ามาในประเทศ จึงได้ลงพื้นที่วางกำลังเพื่อจับกุมจนกระทั่งได้พบรถต้องสงสัยลักษณะรถกระบะตู้ทึบวิ่งด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองกา ญจนบุรี จึงได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด และได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองส่งสัญญาณให้ผู้ขับรถหยุดรถเพื่อตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบว่าคนขับคือนายสมชายสัญชาติเมียนมา ภายในรถพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาชายหญิงหลบหนีเข้าเมืองรวมทั้งสิ้น 51 ราย จากการสอบถามนายสมชายให้การว่าได้รับแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาจากชายแดนด้าน อ.สังขละบุรี จว.กาญจนบุรี โดยคิดค่าหัว หากจะเดินทางไป จว.ประจวบคีรีขันธ์ คนละ 13,000 บาท จว.นครราชสีมา คนละ 30,000 บาท จว.สมุทรสาคร คนละ 12,000 – 16,000 บาท และไปประเทศมาเลเซีย คนละ 50,000 – 65,000 บาท จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบและทำการจับกุมดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว และจะได้ทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป
# สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th
จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
