กอ.รมน. ลงพื้นที่ภาคอีสาน ติดตามงานมวลชน–พัฒนาพื้นที่ ขับเคลื่อน “ความมั่นคงควบคู่การพัฒนา”
ตามแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของ กอ.รมน. โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ให้ความสำคัญกับการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาและการดูแลประชาชน ขณะที่ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) และ พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เชื่อมโยงจากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ระหว่างวันที่ 17–19 สิงหาคม 2569 พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.สมท.กอ.รมน.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านมวลชนและการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงในจังหวัดอุดรธานีและสกลนคร โดยมุ่งบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคประชาชน และชุมชน เพื่อรับฟังและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เสริมสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 คณะได้ลงพื้นที่ กอ.รมน.ภาค 2 ส่วนแยก 1 จังหวัดอุดรธานี เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของ กอ.รมน.ภาค 2 ส่วนแยก 1 และ กอ.รมน.จังหวัดอุดรธานี โดยมี พันเอก จักรพงษ์ โพธิ์นาแค รอง ผอ.รมน.ภาค 2 ส่วนแยก 1 (1) พร้อมคณะให้การต้อนรับ
กอ.รมน.ภาค 2 ส่วนแยก 1 มีภารกิจในการวางแผน อำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงภายในในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน โดยได้จัดชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชน (ชพส.) จำนวน 16 ชุด ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน 5 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้านและชุมชน สนับสนุนงานด้านการข่าวและงานมวลชน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่
ด้าน กอ.รมน.จังหวัดอุดรธานี ได้รายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานด้านมวลชน โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นมา พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนในพื้นที่จำนวน 11 กลุ่ม ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เหมืองแร่โปแตช การบริหารจัดการขยะ ปัญหาของกลุ่มเกษตรกร และเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำโขง ซึ่งหน่วยได้ติดตาม รับฟังความคิดเห็น และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน สร้างความเป็นธรรม และลดเงื่อนไขที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง
พร้อมกันนี้ ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมด้านมวลชน ทั้งการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ การพัฒนาเครือข่ายชุมชนสัมพันธ์ โครงการ “ร่วมใจสร้างชุมชนคุณธรรม” การสานเสวนาส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มอาชีพ โครงการหมู่บ้านอาสาป้องกันตนเอง (อพป.) รวมถึงการช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นระหว่างภาครัฐกับประชาชน
ในโอกาสนี้ พลโท ธนาธิป ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยขับเคลื่อนงานด้านมวลชนอย่างเป็นระบบ ทั้งการดำเนินงานพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร (พคบ.) การจัด พคบ.สัมพันธ์ฯ และการบันทึกข้อมูลด้านมวลชน เพื่อให้การจัดเก็บข้อมูล การเชื่อมโยงเครือข่าย และการติดตามผลมีความต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่าง กอ.รมน.ภาค 2 ส่วนแยก 1 และ กอ.รมน.จังหวัดอุดรธานี ผ่านกลไก พคบ. และ “ครูเพชรในตม” เพื่อพัฒนาเครือข่ายภาคประชาชนให้มีความเข้มแข็งและสนับสนุนการดูแลพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากการติดตามงานด้านมวลชนในจังหวัดอุดรธานี คณะได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดสกลนคร โดยวันที่ 19 สิงหาคม 2569 พลโท ธนาธิป พร้อมคณะ ลงพื้นที่บ้านห้วยหวด ตำบลจันทร์เพ็ญ อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของชุดอำนวยการและประสานงานการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ภูผายล พร้อมรับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการขับเคลื่อนงานในระยะต่อไป
พื้นที่รับผิดชอบของโครงการครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร รวม 6 อำเภอ 17 ตำบล 137 หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่ 517,850 ไร่ โดยในปีงบประมาณ 2569 ได้ดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ 8 ด้าน รวม 85 ครั้ง ครอบคลุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคง การพัฒนาศักยภาพและสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนและชุมชน การเสริมสร้างฐานความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการขับเคลื่อนแผนตำบล “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”
ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ได้ติดตามและประสานโครงการสำคัญ ได้แก่ การก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ การปรับปรุงเส้นทางคมนาคม และการขุดลอกแหล่งน้ำ เพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของประชาชน โดยในปีงบประมาณ 2569 มีแผนงานและโครงการตามแผนแม่บทจำนวน 5 โครงการ วงเงินรวม 20,921,003 บาท ดำเนินการแล้ว 3 โครงการ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 2 โครงการ
นอกจากนี้ กอ.รมน. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนและเยาวชน การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสา รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการป้องกันไฟป่า การจัดทำแนวกันไฟ และการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายลอย่างยั่งยืน
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนการขับเคลื่อน “งานมวลชน” ควบคู่กับ “การพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคง” ตั้งแต่การสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายภาคประชาชน การรับฟังและประสานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดย กอ.รมน. มุ่งบูรณาการพลังจากทุกภาคส่วน ให้ประชาชนและชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการดูแลพื้นที่ เสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง และขับเคลื่อน “ความมั่นคงควบคู่การพัฒนา” เพื่อให้เกิดความสงบสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืนจากฐานรากต่อไป
ขอขอบคุณ
พลโท ธนาธิป สว่างแสง
ผอ.สมท.กอ.รมน.
คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์
กรรมการมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ/ ที่ปรึกษานิตยสารตำรวจเพื่อมวลชน สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร
