พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.พร้อมคณะฯ ร่วมกับผู้แทนของเกาหลีใต้ แถลงผลการจับกุมผู้ ต้องหาจีนหนีคดี ขายแก๊สหัวเราะซุกไทย และ รวบ 9 เกาหลีใต้ ทลายรัง Call Center พัทยา

พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.พร้อมคณะฯ ร่วมกับผู้แทนของเกาหลีใต้ แถลงผลการจับกุมผู้ ต้องหาจีนหนีคดี ขายแก๊สหัวเราะซุกไทย และ รวบ 9 เกาหลีใต้ ทลายรัง Call Center พัทยา

พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.พร้อมคณะฯ ร่วมกับผู้แทนของเกาหลีใต้ แถลงผลการจับกุมผู้ ต้องหาจีนหนีคดี ขายแก๊สหัวเราะซุกไทย และ รวบ 9 เกาหลีใต้ ทลายรัง Call Center พัทยา

เมื่อเวลา 11:00 น.วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2569 ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สตม. (เมืองทองธานี) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.พร้อมคณะฯ ร่วมกับผู้แทนของเกาหลีใต้ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาใน 2 คดี ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร.ได้สั่งการให้ สตม.สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
จากการอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการ สตม./ผอ.ศปอส.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./เลขานุการ ศปชก.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.จึงร่วมแถลงผลการปฏิบัติในการจับกุมผู้ต้องหาคดีใน 2 คดีสำคัญ ดังนี้

[ คดีที่ 1 ] สืบ ตม.ตามรวบผู้ต้องหาชาวมังกรหนีคดีขายแก๊สหัวเราะซุกไทย

จากกรณีที่ สอท.สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ขอความร่วมมือมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการจับกุม 3 ผู้ต้องหาตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งเขตฉงชิง สาธารณรัฐประชาชนจีน กระทำความผิดฐานลักลอบจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์ (แก๊สหัวเราะ) โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้แก่ MR.SHILIN (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี สัญชาติจีน, MR.YANG (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี สัญชาติจีน และ MR.CAIYANG (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี สัญชาติจีน ต่อมา กก.1 บก.สส.สตม.ได้จับกุมคนต่างด้าวดังกล่าวทั้ง 3 ราย ตามที่ ผบก.สส.สตม. ได้เพิกถอนวีซ่า นำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม.เพื่อรอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมตรวจยึดปืนบีบีกัน ยาว 1 กระบอก สั้น 1 กระบอก, แก๊สไนตรัสออกไซด์ (แก๊สหัวเราะ) จำนวน 20 กล่อง ๆ ละ 2 ถัง (ขนาดถังละ 2 กก.) ลูกโป่ง 4 ถุงใหญ่ นั้น
จากการสอบปากคำ 3 ผู้ต้องหาข้างต้น ทราบว่า MR.SHAN (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องหา 1 ในขบวนการลักลอบจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์ (แก๊สหัวเราะ) ดังกล่าว ตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเขตเซินเจิ้น ลงวันที่ 4 ธ.ค.2568 และตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเขตต้าตู้วโหว มณฑลฉงชิ่ง ลงวันที่ 12 ธ.ค.2568 กระทำความผิดฐานประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต (ขายก๊าซหัวเราะโดยผิดกฎหมาย) โดย MR.SHAN ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาแก๊สไนตรัสออกไซด์ (แก๊สหัวเราะ) จำนวนมากให้กับกลุ่มธุรกิจที่ผิดกฎหมายสองกลุ่มในประเทศจีนเพื่อวัตถุประสงค์ในการขายอย่างผิดกฎหมายให้กับผู้ใช้ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะของจีนได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับ 23 สมาชิกของเครือข่ายอาชญากรรมนี้ ทั้งผู้จัดงาน, แคชเชียร์, ผู้จัดการฝ่ายจัดจำหน่าย และคนขับรถส่งของ โดย MR.SHAN ได้หลบหนีคดีเดินทางเข้ามาในประเทศไทย สอท.สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย จึงขอความร่วมมือมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้จับกุม MR.SHAN เพื่อส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน
จากการสืบสวนของ กก.1 บก.สส.สตม.ทราบว่า MR.SHAN เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด ผบก.สส.สตม. จึงเพิกถอนวีซ่า และสั่งการให้ กก.1 บก.สส.สตม.สืบสวนจับกุม จากการสืบสวนทราบว่า MR.SHAN จะเดินทางไปยื่นขออยู่ต่อฯ ที่ บก.ตม.1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ จึงร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.1 ตรวจสอบ จนกระทั่งพบ MR.SHAN จึงจับกุมนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวไว้รอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป

[ คดีที่ 2 ] สตม.รวบ 9 เกาหลีใต้ ทลายรัง Call Center พัทยา

เจ้าหน้าที่ บก.สส.สตม.ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ประสานงานกิจการตำรวจไทย–เกาหลี ขอให้ทำการสืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในลักษณะฉ้อโกงประชาชน จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ลักลอบใช้ห้องพักภายในอาคารชุดแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา อ.บางละมุง จว.ชลบุรี เป็นฐานในการกระทำความผิด จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดพัทยา
โดยจากการเข้าตรวจค้น ห้องพักจำนวน 3 ห้อง ตามหมายค้น และขยายผลเพิ่มเติมอีก 2 ห้อง พบบุคคล
สัญชาติเกาลี จำนวน 9 ราย พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญ เช่น มีการจัดทำสคริปต์ภาษาเกาหลี ใช้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทลอตเตอรี่ โดยหลอกลวงเหยื่อว่าเคยซื้อลอตเตอรี่และจะคืนเงินพร้อมค่าชดเชยที่เหยื่อไม่ถูกลอตเตอรี่ จากนั้นหลอกให้เหยื่อเปิดบัญชีธนาคารใหม่ และส่งรหัส OTP เพื่อนำ OTP ไปใช้เข้าถึงบัญชีและจากนั้นทำการกู้เงินผ่านบัญชีของเหยื่อ และโอนเงินออกไปยังบัญชีที่คนร้ายเตรียมไว้ ทำให้เหยื่อได้รับความเสียหายจากภาระหนี้ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการใช้ระบบโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) โทรหาผู้เสียหายจำนวนมาก อีกทั้งพบไฟล์ Excel รายชื่อเหยื่อจำนวนหลายร้อยรายการ โดยตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีจำนวน 3 ราย ที่มีหมายจับของทางการเกาหลีใต้ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน (Call Center) และกรรโชกทรัพย์ โดยสามารถของกลางที่ตรวจยึด เช่น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 62 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 8 เครื่อง, iPad จำนวน 6 เครื่อง และเงินสด จำนวน 480,000 บาท ซึ่งจากการพฤติการณ์ในการเข้าตรวจค้นพบว่ามีลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคมและมีลักษณะประกอบกิจการที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยอันดีของสังคม ผบก.สส.สตม.จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวทั้ง 9 ราย จากนั้นควบคุมตัว นำส่ง กก.3 บก.สส.สตม. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
โดยทางการเกาหลีใต้ได้ประสานงานข้อมูลผ่าน Interpol เพื่อขอนำพยานหลักฐานไปใช้สำหรับดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและหาตัวผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงที่ประเทศเกาหลีใต้ต่อไป
# สตม.ขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการที่พัก เจ้าของบ้าน ผู้ให้เช่า ให้ดำเนินการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 กำหนดให้เจ้าบ้าน ผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม ซึ่งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพัก หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมาย และสตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า – ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า